เขียนอย่างไร


เขียนอย่างไร


การเขียนบันทึกเพื่อดูแลตนเอง แตกต่างจากการเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเน้นที่การสื่อสารกับผู้อื่น เขียนเพื่อความสำเร็จ แต่ในที่นี้เราเขียนเพื่อสื่อสารกับตนเอง ไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นอ่าน จึงไม่ต้องกังวลความถูกความผิด ลายมือ และความสวยงาม แต่เน้นที่การได้กลับมาอยู่กับตนเอง รับฟังตนเอง ใคร่ครวญชีวิต หรือประเด็นที่ได้รับหัวข้อมาบันทึก

การเขียน ให้ใช้เทคนิค การเขียนไม่หยุดปากกา เป็นการเขียนโดยไม่วางแผนล่วงหน้า ไม่คิดโครงเรื่อง และเขียนไปเรื่อยๆ ตามกระแสแห่งความคิดและความรู้สึก หยุดพักได้บ้าง แต่ไม่หยุดพักเพื่อคิดหรือลังเลใจ การเขียนโดยไม่หยุดปากกา จะช่วยให้นำความคิดและความรู้สึกที่เก็บอยู่ในจิตใต้สำนึก เผยออกมามากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ก้าวข้ามความลังเลใจ และทบทวนเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในความคิด ออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น


 

ก่อนและหลังบันทึก


ก่อนการเขียนบันทึก ควรใช้เวลาเพื่อให้ตนเองเกิดความสงบใจและมีสมาธิกับหัวข้อที่ได้รับ สามารถใช้วิธีการนั่งสมาธิ เล่นโยคะ หรือการผ่อนคลายตนเอง แล้วจึงบันทึกตามหัวข้อที่ได้รับมา โดยทั้งนี้สามารถใช้เทคนิค จินตภาพ คือการหลับตาลง หายใจเข้าออกผ่อนคลายอย่างน้อย ๓ ครั้ง แล้วระลึกถึงหัวข้อที่ได้รับ ก่อนจินตนาการทบทวนเป็นภาพและความรู้สึก การที่เราให้เวลาตนเองได้จินตภาพหรือทำสมาธิก่อนเขียน จะช่วยให้เราลงลึกกับตนเองและมีจิตตั้งมั่นในระหว่างการเขียนมากขึ้น

หลังบันทึก ควรทบทวนความรู้สึกของตนเอง ระหว่างและหลังบันทึก ว่าเรารู้สึกอย่างไร รวมทั้งข้อคิดหรือข้อสังเกตที่ได้รับ อาจจดโน้ตสิ่งที่เราสังเกตหลังบันทึกไว้ด้วย เพราะสิ่งเหล่านั้นย่อมเกิดประโยชน์ต่อตน ทำให้จดจำบทเรียนได้ในภายหลัง และหากเกิดคำตอบหรือแนวทางจากการเขียน เราสามารถลองทำตามบทเรียนนั้นหลังบันทึก



เรียนรู้การเขียนแบบนี้เพิ่มเติม


ที่มาและหลักการ

www.dhammaliterary.org/ที่มาและหลักการ/


หลักสูตร เขียนเปลี่ยนชีวิต

www.dhammaliterary.org/เขียนเปลี่ยนชีวิต/